ทานชาบูน้ำดำอย่างไรให้อร่อยขึ้น?

Last updated: 8 ก.ย. 2565  |  230 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทานชาบูน้ำดำอย่างไรให้อร่อยขึ้น?

ทานชาบูน้ำดำอย่างไรให้อร่อยขึ้น?

 

       “ชาบู ชาบู” หรือสุกี้ยากี้ญี่ปุ่น เมนูอาหารที่รับประทานขณะร้อน ๆ ทำให้เจริญอาหารรับประทานอาหารได้มาก เป็นเมนูที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมทั้งส่วนประกอบหลัก ๆ ของชาบู ยังเป็นพืชผักหลากหลายชนิด ส่วนเนื้อสัตว์สามารถเลือกรับประทานได้หลากหลายตามความชื่นชอบ ปัจจุบัน คนไทยนิยมรับประทานชาบูกันค่อนข้างมาก สำหรับใครที่ชื่นชอบเมนูอาหารร้อน ๆ บทความนี้เรามีเรื่องราวของชาบู และสูตรชาบูน้ำดำ น้ำจิ้มชาบู หอม เข้มข้น มาแนะนำ ชาบู ชาบู อาหารตำหรับของประเทศญี่ปุ่น

          ปัจจุบัน ชาบู ชาบู เป็นตำหรับอาหารของประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคนไทย แม้จะมีต้นกำเนิดมาจากการรับประทานของชาวญี่ปุ่น เมื่อมีการแพร่หลายข้ามาในประเทศไทย ก็มีการประยุกต์สูตรส่วนประกอบ และการปรุงน้ำซุป รวมไปถึงการรับประทานเพื่อให้ถูกปากคนไทยและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยมากยิ่งขึ้น

      ·การรับประทานชาบู ชาบู ในประเทศญี่ปุ่น

   "ชาบู-ชาบู" (Shabu Shabu) การรับประทานอาหารตำรับญี่ปุ่นเมนูนี้ เป็นการดัดแปลงจากอาหารลักษณะเดียวกันเป็นเมนูหม้อไฟของปักกิ่ง ที่มีต้นกำเนิดที่ประเทศจีน โดยเป็นชื่อของเมนูอาหารหนึ่งของภัตตาคารซูอิฮิโระ ที่เสิร์ฟเป็นหม้อไฟ คล้ายกับสุกียากี้ แต่เนื้อจะแล่บางกว่า รับประทานคู่กับกับน้ำจิ้มที่มีรสเผ็ดมากกว่าและหวานน้อยกว่าน้ำจิ้มสุกี้ แต่หลังจากเป็นที่นิยม ภัตตาคารซูอิฮิโระ ได้จดทะเบียนชื่อ ชาบู-ชาบู เป็นเครื่องหมายการค้าใน ค.ศ.1955 โดยคำว่า ชาบู-ชาบู เลียนมาจากเสียงของเนื้อที่แล่บาง ๆ เมื่อคีบลงไปจุ่มในน้ำซุปแล้วส่ายมือไปมา ทำให้เกิดเสียงที่ได้ยินว่า ชาบู-ชาบูนับแต่นั้นมาชื่อเสียงของ ชาบู-ชาบู ก็เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นทั้งในประเทศญี่ปุ่น ทวีปเอเชียและหนึ่งในประเทศเหล่านั้น ก็คือประเทศไทย จนกระทั่งปัจจุบัน ชาบู ชาบู อาหารตำหรับของประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

      ·การรับประทานชาบู ชาบู ในประเทศไทย

   การรับประทาน ชาบู ชาบู เป็นวัฒนธรรมการรับประทานอาหารประเภทหนึ่ง ที่ไม่ได้รับความนิยม
เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ความนิยมยังได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เริ่มจากการมีชาวญี่ปุ่นไปอาศัยหรือทำงานอยู่ในประเทศนั้น ๆ ได้นำวัฒนธรรมการรับประทานชาบู ชาบู เข้าไปทั้งการทำรับประทานกันในครอบครัวและเปิดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ให้บริการชาบู ชาบู เป็นเมนูหลัก อีกทั้งยังมีหลายสูตรให้เลือกสั่ง เช่น ชาบูน้ำดำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด หอม เข้มข้นส่วนการรับประทานชาบู ชาบู ในประเทศไทย ได้รับความนิยมเช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ และในประเทศไทยยังเป็นที่นิยมมานานแล้ว แต่มีการดัดแปลงสูตร และน้ำจิ้ม รวมทั้งรูปแบบการรับประทานด้วยการเพิ่มส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผัก เนื้อสัตว์ หรือส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น ลูกชิ้น เต้าหู ลงไปในหม้อไฟ บางครั้งเรียกเมนูดัดแปลงเหล่านั้นว่า สุกี้ไทย หรือจิ้มจุ่ม

      ·ชาบูน้ำดำคืออะไร

   สูตรชาบูน้ำดำ นั้นเป็นการใช้น้ำซุปที่มาจากสุกี้ยากี้ของชาวญี่ปุ่น ซึ่งการรับประทานสุกี้ยากี้ญี่ปุ่น
แบบต้นตำรับแท้ ๆ นั้น จะเป็นการใช้เนื้อสัตว์รวมถึงผักต่าง ๆ ลงไปต้มในน้ำซุปสีเข้มซึ่งมีส่วนผสมของปลาแห้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย และนำเนื้อสัตว์ที่สุกแล้วมาจุ่มในไข่ดิบ ก่อนที่จะรับประทานโดยไม่มีน้ำจิ้ม ซึ่งชาบูน้ำดำ สูตรต้นตำหรับเป็นการนำน้ำซุปมาจากเมนูสุกี้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น และรับประทานแบบไม่มีน้ำจิ้ม นั้นเอง

      ·ชาบูน้ำดำ สูตรทำทานเองที่บ้าน

   การรับประทาน ชาบู ชาบู ตำหรับญี่ปุ่นหรือเมนูดัดแปลงตามสูตรของคนไทย ความอร่อยนอกจาก
ขึ้นอยู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดแล้ว น้ำซุปก็เป็นส่วนประกอบสำคัญหรือเป็นหัวใจหลักของอาหารประเภทนี้มีให้เราเลือกหลายรส และหนึ่งในนั้นก็คือ ชาบูน้ำดำ หรือ ซุปน้ำดำ ถือเป็นน้ำซุปชาบูคลาสสิค ที่ใคร ๆ ก็ต้องสั่งเมื่อเข้าไปนั่งรับประทานในร้าน เพราะด้วยรสชาติหวานเค็มกำลังดีเมื่อรับประทานคู่กับเนื้อสัตว์และผักชนิดต่าง ๆ ทำให้ได้รสชาติที่อร่อยลงตัว

       ชาบูน้ำดำ เป็นสูตรน้ำซุปที่ร้าน ชาบู ชาบู จัดไว้บริการลูกค้า ควบคู่กับน้ำซุปสูตรอื่น ๆ เช่น น้ำซุปต้มยำ น้ำซุปสาหร่าย น้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้น และน้ำซุปที่ดัดแปลงให้เหมาะกับคนไทย ได้แก่ น้ำซุปแจ่วฮ้อน และความพิเศษของอาหารเมนูนี้ นอกจากชาบูน้ำดำ หรือเลือกซุปน้ำดำแล้ว เรายังสามารถผสมน้ำซุปอีก 2-3 รส ลงไปได้ตามความชอบ เมื่อรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีอยู่ 2 ชนิดคือ น้ำจิ้มงา และน้ำจิ้มปอนซึ ก็ยิ่งถูกปากถูกใจทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่ นอกจากนั้นใครที่ไม่ชอบไปนั่งที่ร้าน ชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน ก็ยังทำได้ไม่ยาก มีหลายสูตร ดังนี้

      วิธีทำชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน

ชาบูน้ำดำ สูตรที่ 1

เครื่องปรุงน้ำซุป

- ซองปลาโอแห้ง หรือปลาคัตสึโอะ 1 ซอง
- สาหร่ายคอมบุ หรือเห็ดหอมแห้ง
- หล้ามิริน (กรณีไม่มีเหล้ามิริน สามารถใช้เหล้าสาเกแทนได้ แต่ควรเพิ่มน้ำตาลลงไปเล็กน้อย)
- น้ำตาลทรายแดงป่น
- ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น (คิคโคแมน)
- น้ำเปล่า

       วิธีทำ

- ใส่น้ำเปล่าประมาณ 1 ลิตร ลงในหม้อ เปิดไฟต้มจนเดือด
- ใส่ปลาโอแห้งลงไป ต้มต่อ 2 นาที เมื่อเริ่มเดือดแล้ว จึงตักเนื้อปลาออกจนหมด
- ตัดแผ่นสาหร่ายคอมบุออกเป็น 4 ชิ้น ใส่ลงไป
- เติมเหล้ามิริน 1 ทัพพี ลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
- จากนั้น ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น 3 ทัพพี และน้ำตาลทรายแดงป่น ครึ่งทัพพี คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติให้ออกหวานหรือเค็มตามที่ชอบ
- เมื่อได้รสชาติกลมกล่อมแล้ว พร้อมเสิร์ฟเป็นน้ำซุป

      พืชผักที่เป็นประกอบใน ชาบูน้ำดำ

- ผักกาดขาว หั่นเป็นท่อน
- ต้นหอมญี่ปุ่น หั่นเป็นท่อน
- ผักปวยเล้ง เด็ดเป็นใบ
- ขึ้นฉ่าย หั่นเป็นท่อน
- เห็ดชิเมจิ หั่นเป็นท่อน
- เห็ดเข็มทอง
- ข้าวโพดดิบ หั่นท่อน
- แครอท หั่นแว่น
-  เห็ดหอมสด
- ผักอื่น ๆ ตามชอบ

       เนื้อสัตว์ และส่วนประกอบอื่นใน ชาบูน้ำดำ

- เนื้อวัว สไลซ์บาง ๆ (สำหรับคนรับประทานเนื้อ)
- เนื้อหมูสันนอกสไลด์
- เนื้อหมูสามชั้นสไลด์
- เนื้อหมูสันคอสไลด์
- อาหารทะเล เช่น กุ้งสดปอกเปลือก ปลาหมึก
- เนื้อไก่
- เส้นอุด้ง หรือเส้นบุก วุ้นเส้น
- เต้าหู้ญี่ปุ่นเนื้อแข็ง
- ไข่ไก่

      วิธีปรุง  

    เติมน้ำซุปชาบูน้ำดำลงในหม้อไฟที่เตรียมไว้ ปิดฝาหม้อตั้งไฟต่อจนน้ำเดือด ใส่ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ต้นหอมญี่ปุ่น ผักปวยเล้ง ขึ้นฉ่าย เห็ดชิเมจิ เห็ดเข็มทอง ข้าวโพดดิบ แครอท เห็ดหอมสด และผักอื่น ๆ ปิดฝาหม้อตั้งไฟต่อจนน้ำเดือด ใช้ตะเกียบคีบเนื้อสัตว์ลงไปลวกจนสุก รับประทานคู่กับน้ำจิ้ม โดยน้ำจิ้มชาบูน้ำดำ จะมี 2 ชนิด คือ น้ำจิ้มงา ได้แก่น้ำจิ้มชาบู ที่มีส่วนผสมหลักเป็น งาอบขาว กระเทียมบด และโชยุ และ น้ำจิ้มปอนซึ คือโชยุผสมน้ำส้มสายชู  จะออกรสเค็มอมเปรี้ยว และน้ำจิ้มงาออกรสหอมนุ่มกลิ่นงาให้ได้รสชาติจะออกเปรี้ยวๆ ซ่าๆ ที่ลิ้น

ชาบูน้ำดำ สูตรที่ 2

เครื่องปรุงน้ำซุป

- โชยุ หรือซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น  80 มิลลิลิตร

- มิริน 80 มิลลิลิตร\

- สาเก 80 มิลลิลิตร

- น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ

- น้ำเปล่าเล็กน้อย

   พืชผักที่เป็นประกอบใน ชาบูน้ำดำ

- ข้าวโพดหวาน
- ต้นหอมญี่ปุ่น
- ผักกาดขาว
- ปวยเล้ง
- กวางตุ้ง
- แครอท
-  เห็ดหอมสด
- เห็ดเข็มทอง
- วุ้นเส้น อุด้ง หรือ เส้นบุก
- ไข่ไก่

 เนื้อสัตว์ และส่วนประกอบอื่นใน ชาบูน้ำดำ

- เนื้อหมูสไลด์
- เนื้อไก่สไลด์
- เนื้อวัวสไลด์
- กุ้ง
- เนื้อปลา
- ไส้กรอก
- ปูอัด
- ลูกชิ้น
- เบคอน
- ต้าหู้ญี่ปุ่น

       วิธีทำ น้ำซุปชาบูน้ำดำและการปรุง

1. นำโชยุ มิริน สาเก และน้ำตาลทรายแดง ผสมรวมกัน จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วพักไว้
2. ตั้งหม้อใช้ไฟปานกลาง จากนั้นนำเนื้อหมู หรือหมูสามชั้นสไลด์ ที่มีมันลงไปผัดกับต้นหอมญี่ปุ่นและหัวหอมใหญ่ ผัดจนหอมและมีน้ำมันออกมา
3.จากนั้นให้เติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อย ผัดต่อจนหอม ใส่น้ำซุปที่เหลือลงไป
4.ใส่เนื้อสัตว์ ลูกชิ้น และใส่ผักลงไปตามต้องการ
5.ในส่วนของเนื้อสัตว์ ควรใส่ลงในหม้อไฟตอนจะรับประทานเท่านั้น หรือใช้ตะเกียบคีบลงไป
ลวกในน้ำซุปจนสุก รับประทานคู่กับน้ำจิ้ม น้ำจิ้มงา หรือน้ำจิ้มปอนซึ

ชาบูน้ำดำ สูตรที่ 3 (ชาบู เด็กหอ)

               ชาบูน้ำดำ สูตรที่ 3 เป็นชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน ซึ่งเหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่อยู่หอหัก หรือคนวัยทำงานที่ไม่ต้องการไปนั่งรับประทานชาบูที่ร้าน แต่ต้องการพักผ่อนในวันหยุดอยู่ที่ห้องพัก เพียงมีหม้อไฟ หรือกระทะร้อนใบเดียวก็สามารถทำชาบู เมนูอร่อยทานได้โดยไม่ยุ่งยาก สูตรนี้ยังเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ  ที่ต้องการรักษาระยะห่างไม่ออกไปรับเชื้อหรือไปแพร่เชื้อจาก Covid19

      อุปกรณ์ สำหรับชาบูเด็กหอ

- กระทะไฟฟ้า
- หม้อไฟฟ้าธรรมดา
- กระทะปิ้งย่างไฟฟ้า ที่มีช่องน้ำซุป

         เครื่องปรุงน้ำซุป

- น้ำซุปชาบูสำเร็จรูป เลือกสูตรที่ชื่นชอบ เช่น ชาบูน้ำดำ (มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือก ที่ได้รับความได้แก่ เพียวฟู้ดส์ น้ำซุปชาบูเข้มข้นสูตรดั้งเดิม) 
- น้ำเปล่า 1.5 – 2 ลิตร

        พืชผักที่เป็นประกอบใน ชาบูน้ำดำ (สูตร เด็กหอ)

- เลือกซื้อเป็นชุดผักรวมตามชอบ (เลือกซื้อได้ตามตามห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์มาร์ททั่วไป
- คนที่ชอบทานผัก หากไม่ต้องการเลือกซื้อแบบชุดผักรวม ก็สามารถเลือกซื้อตามชนิดที่ชิ่นของ
ได้ เช่น ผักกาดขาว เห็ดชนิดต่าง ๆ ข้าวโพดฝักอ่อน ขึ้นฉ่าย และผักอื่น ๆ

       เนื้อสัตว์ และส่วนประกอบอื่นใน ชาบูน้ำดำ (สูตรเด็กหอ)

- ชุดเนื้อหมูสไลซ์ตามชอบ (เลือกซื้อเนื้อหมูสไลด์ได้หลาบชนิดตามชอบ และหาซื้อได้ทั่วไป
- เนื้อสัตว์อื่น ๆ ตามชอบ เช่น กุ้ง ปลาหมึก เนื้อไก่ เบคอน ลูกชิ้น แฮม ไข่ เต้าหู้

 
       วิธีทำ น้ำซุปชาบูน้ำดำและการปรุง (สูตรเด็กหอ)

- ซุปชาบูน้ำดำ รสเข้มข้น มีส่วนผสมของซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น สาหร่ายอบแห้ง และปลาแห้ง ปรุง
รสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ทำให้มีรสเข็มข้น สะดวก สบาย และปรุงง่าย ตามขั้นตอน
- เทน้ำเปล่า 1.5 ลิตร หรือปริมาณตามต้องการ ลงในกระทะไฟฟ้า หรือหม้อไฟ
- ฉีกซองน้ำซุปชาบู 100 กรัม ต่อน้ำเปล่า 1.5 ลิตร ลงในหม้อ คนให้เข้ากัน
- รอจนน้ำซุปในกระทะไฟฟ้า หรือหม้อไฟเดือน พอเดือดใส่เนื้อสัตว์และผักตามชอบ พร้อม
ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด   

       ข้อดีของการทาน ชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน

1. ประหยัด การทำชาบูทานเองที่บ้าน สิ่งแรกคือช่วยประหยัดได้มาก การเลือกซื้อเนื้อสัตว์
และเลือกพืชผัก สามารถเลือกได้ตามความชื่นชอบและยังราคาไม่แพง เมื่อเปรียบเทียบกับการไปนั่งทานที่ร้าน โดยเฉพาะการไปนั่งทานหลาย ๆ คน สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง ช่วยปรหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกด้วย

2.สะอาด การทำอาหารทานเองที่บ้าน โดยเฉพาะเมนูชาบูน้ำดำ ที่มีส่วนประกอบเป็นเนื้อสัตว์
และพืชผักหลากหลายชนิด การเลือกซื้อวัตถุดิบมาทำเอง นอกจากเลือกวัตถุดิบได้สะอาด สดใหม่แล้ว ยังสามารถเลือกทานผักตามฤดูกาล ช่วยลดปัญหาสารปนเปื้อนที่ช่วยเร่งการเจริญเติยโตได้เป็นอย่างดี

3.ปลอดภัย การทำชาบูน้ำดำทานเองที่บ้าน  ช่วยลดความเสี่ยงจากการการติดเชื้อโควิด จาก
บุคคลภายนอกได้ดี เป็นการป้องกันการติดเชื่อหรือรับเชื่อมาแพร่ระบาดให้กับคนในครอบครัวอีกด้วย ข้อดีของชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน ทำให้ปลอดภัยจากโรคระบาดได้

4.ทำง่าย สะดวกสบาย เพราะปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น ซอส น้ำจิ้ม ชาบู ซุปชาบูเข้มข้น
เนื้อสัตว์สไลด์ รวมทั้งชุดพืชผัก ทำให้ง่ายต่อการปรุง และยังรสชาติอร่อยไม่แพ้ไปนั่งรับประทานที่ร้าน

5.ครอบครัวอบอุ่น การรับประทานอาหารร่วมกัน ช่วยกันจัดเตรียมและปรุงอาหาร เป็นกิจกรรม
ภายในครอบครัวอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้ครอบครัวมีความรักความอบอุ่นมากขึ้น

      เคล็ดลับการรับประทานชาบูน้ำดำให้อร่อย

     สำหรับ ชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน นอกจากมีหลายสูตรอร่อยให้เราเลือกทำรับประทานแล้ว  ยังมีเคล็ดลับความอร่อยที่ช่วยเพิ่มรสชาติความเป็นเมนูชาบูชาบูอย่างแท้จริง แม้ทำทานเองที่บ้านก็อร่อยคุ้มค่า น่ารับประทานไม่แตกจากไปนั่งรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่น เคล็ดลับง่าย ๆ มีดังนี้


1.การใส่ผักลงในหม้อน้ำซุป ควรเลือกผักที่สุกยากหรือช่วยเพิ่มรสชาติความหวานให้กับน้ำซุป
เช่น แครอท หัวไชเท้า ข้าวโพด จากนั้นต้มทิ้งไว้จนเปื่อยจะทำให้น้ำซุปเข้มข้นมากขึ้น

2. การรับประทาน ชาบูน้ำดำ เมน้ำซุปสูตรอื่น ๆ ไม่ควรใส่ไข่ไก่ลงไปในน้ำซุป เพราะจะทำให้น้ำ
ซุปขุ่นและเสียรสชาติ

3.ชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน เมื่อทานไปสักพักแล้วรู้สึกว่าน้ำซุปเข้มข้นขึ้น หรือมีความเค็มนำ
จนเกินไป สามารถเติมน้ำเปล่าหรือน้ำซุปใสเพิ่มลงไปได้

4.การรับประทานชาบูน้ำดำ ด้วยการใช้ตะเกียบคีบเนื้อสัตว์ลงไปลวกในหม้อน้ำซุปทีละชิ้นแกว่ง
ไปมาเพียงพอสุก ก็เพื่อให้ได้รสสัมผัสความนุ่ม หอม หวาน ละมุนจากเนื้อสัตว์

5.การใช้ตะเกียบคีบเนื้อสัตว์ลงไปลวกในหม้อน้ำซุป เทคนิคอยู่ที่การใช้ตะเกียบคีบเนื้อลงไป
ลวกกับน้ำซุปในหม้อให้สะบัดซ้าย-ขวาเบาๆไปด้วย โดยคนญี่ปุ่นเรียกวิธีการรับประทานแบบนี้ว่า “ชาบูชาบู” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมนูนั่นเอง

      วิธีเลือกเนื้อสัตว์ เสริมความอร่อย ชาบู น้ำดำ

      ชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน นอกจากเป็นเมนูอร่อยที่ช่วยให้ใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะคนรักสุขภาพ สามารถรักษาระยะห่างไม่ต้องเดินทางไปนั่งรับประทานในร้านในช่วงนี้ ก็สามารถทำชาบูน้ำดำทานเองที่บ้านได้ง่าย ๆ แค่มีเนื้อสัตว์ ผักที่เราชื่นชอบกับน้ำซุปเท่านั้น วิธีเลือกเนื้อสัตว์แต่ละชนิดที่ช่วยเพิ่มรสชาติเสริมความอร่อยให้กับชาบู ชาบู เมนูหม้อร้อนของเรา ทำได้ไม่ยาก ดังนี้

      ·วิธีเลือกเนื้อหมู

      เนื้อหมูสดที่ใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูหม้อร้อน อย่างชาบู ชาบู  ส่วนใหญ่จะนำมาสไลค์บาง ๆ
จุ่มในน้ำซุปร้อนๆ แล้วจิ้มน้ำจิ้มทาน ซึ่งนอกจากจะเลือกซื้อเนื้อหมูมาสไลค์เอง เนื้อหมูสไลด์ชาบูสำเร็จรูปที่มีการสไลค์ไว้แล้วและเป็นที่นิยมมีอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ เนื้อหมูส่วนสันนอก สันคอหมู และหมูสามชั้น เนื้อหมูแต่ละส่วนให้ความนุ่มอร่อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของคนทาน เช่น

1.เนื้อหมูสามชั้นสไลด์ เป็นเนื้อหมูส่วนท้องที่มีชั้นเนื้อ ไขมัน และหนังสลับกันอย่างชัดเจน เมื่อ
นำมาเป็นส่วนประกอบในเมนูทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม ละมุนลิ้น เนื้อหมูสามชั้นสไลด์ ถือเป็นเนื้อหมูสไลด์ชาบูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
   วิธีเลือกเนื้อหมูสามชั้นสไลด์ ควรเลือกเนื้อหมูที่มีความมันวาว ไม่มีพังผืด เนื้อมีสีชมพูอ่อน และ ต้องเลือกชิ้นที่มีเนื้อ ไขมัน และหนังสลับกันอย่างชัดเจน จะได้เนื้อหมูสไลด์ที่นุ่มละมุนสุด
2.เนื้อหมูสันคอสไลด์ เป็นเนื้อหมูส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่ต้องปรุงรสหรือหมักเพิ่มก็อร่อย เพราะเนื้อมีรสหวาน กลมกล่อมแบบธรรมชาติ เหมาะกับการทานชาบูมากที่สุด และยังเป็นเนื้อหมูสไลด์ชาบูอีกส่วนที่ได้รับความนิยม
   วิธีเลือกซื้อเนื้อสันคอหมูสไลด์ การเลือกซื้อเนื้อสันคอหมูสไลด์ ควรสังเกตจากลวดลายของไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อหมู โดยชิ้นส่วนที่มีไขมันพอสวยงามจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือไม่ชอบทานมันมาก ๆ และชิ้นส่วนที่มีชั้นไขมันมาก จะได้เนื้อที่นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครชอบทานมันมาก ๆ ก็จะชื่นชอบเนื้อหมูสไลด์ส่วนนี้

1.เนื้อหมูสันนอกสไลด์ เนื้อหมูสดส่วนนี้จะมีความอร่อยตรงที่มีมันแทรกอยู่ตามเนื้อเล็กน้อย ทำ
ให้เมื่อนำไปทำชาบูแล้ว จะได้ชิ้นเนื้อที่มีความหนานุ่มลงตัว แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรลวกนานจนเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อหมูส่วนนี้แข็งไม่น่าทาน เนื้อหมูสันนอกสไลด์ เป็นเนื้อหมูส่วนที่มีไขมันในระดับกลาง ไม่นุ่มหรือเหนียวจนเกินไป
   วิธีเลือกซื้อเนื้อหมูสันนอกสไลด์ ควรเลือกซื้อเนื้อหมูสันนอกที่มีสีชมพูอ่อน ๆ เนื้อไม่แน่นหรือแข็งเกินไป ซึ่งเนื้อส่วนนี้จะมีมันติดอยู่ด้านนอก หากไม่ชอบทานก็สามารถตัดออกได้ส่วนการเลือกซื้อเนื้อหมูสด แล้วนำมาสไลด์เอง ควรเลือกเนื้อหมูที่มีสีชมพูอ่อนตามธรรมชาติ  ส่วนมัน จะมีสีขาว ไม่มีกลิ่นคาว หรือมีกลิ่นเหม็น เนื้อหมูส่วนต่าง ๆ นอกจากนิยมนำมาสไลด์เป็นส่วนประกอบในชาบูน้ำดำแล้ว ยังเหมาะสำหรับนำมาเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารที่แตกต่างกัน เพราะลักษณะของเนื้อหาแต่ละส่วนจะให้รสชาติความอร่อย และเหมาะกับการประกอบอาหารแตกต่างกัน เช่น
- เนื้อหมูสด ส่วนที่เป็นเนื้อสันคอลักษณะจะมีมันแทรกอยู่ตามเนื้อ ทำให้เนื้อมีความนิ่มและไม่
เหนียว นิยมนำไปทำทอด หรือผัด
- ส่วนเนื้อหมูสด ส่วนที่เป็นเนื้อสันนอก จะเป็นชิ้นส่วนที่ติดกับสันคอ แต่มีมันน้อยกว่า นิยมนำไปประกอบอาหาร เช่น ทำสเต๊ก สุกี้ หรือ หมูมะนาว
- เนื้อหมูสดส่วนที่เป็นสันใน จะเป็นเนื้อหมูที่มีลักษณะนุ่ม ไขมันน้อยที่สุด เป็นส่วนที่สามารถ
นำไปประกอบอาหารได้ทุกเมนู รวมถึง ชาบูน้ำดำ
- เนื้อหมูส่วนสะโพก เนื้อหมูสดส่วนนี้เนื้อค่อนข้างแข็ง และมีเอ็นแทรกอยู่ การนำมาประกอบ
อาหารนิยมทำเป็นอาหารแปรรูป เช่น หมูแผ่น หมูหยอง หมูสวรรค์  หรืออาหารประเภทตุ๋น
- เนื้อหมูส่วนไหล่ เนื้อส่วนนี้ค่อนข้างแข็งเช่นเดียวกับเนื้อส่วนสะโพก เหมาะสำหรับนำไป
ประกอบอาหารประเภท ต้ม ตุ๋น หรือพะโล้

      · วิธีเลือกซื้อเนื้อวัว

    “เนื้อ” ทุกชนิดเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี เนื้อวัวก็เป็นเนื้อสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบ
ในชาบูน้ำดำ การเลือกซื้อเนื้อวัวในเบื้องต้น อาจตรวจดูความสดและโปรตีนในเนื้อว่ายังคงความสดอยู่หรือไม่ โดยใช้นิ้วกดลงไปที่เนื้อ หากเนื้อเด้งกลับมาเป็นสภาพเดิมหลังจากกดลง แปลว่าโปรตีนในกล้ามเนื้อยังไม่ลดลงและยังสดใหม่ หากเนื้อไม่เด้งกลับอาจเป็นเนื้อเก่าที่เริ่มมีกลิ่นและสีของเนื้ออาจไม่ดีเช่นเริ่มมีสีเขียวคล้ำ ลักษณะของเนื้อวัวที่ดี ได้แก่

- สีของเนื้อสดควรเป็นสีแดงสด ยิ่งแดงมาก ยิ่งสดมากเท่านั้น

- เนื้อวัวบางส่วน เช่นเนื้อสัน จะมีมันเป็นจุดเล็ก ๆ แทรกอยู่ในชิ้นเนื้อ แต่ควรระวังหากมีลักษณะใส ๆ เหมือนเม็ดสาคู ไม่ควรซื้อนั่นคือตัวอ่อนของพยาธิตัวตืด

- เนื้อสัน ควรมีสีแดงสดและมีมันปรากฏอยู่เป็นจุดเล็ก ๆ
- เนื้อวัวที่ดี ลักษณะของไขมัน แตกง่ายสีออกไปทางครีมอ่อน ๆ
- เมื่อวางไว้จะมีน้ำสีแดงออกมา ถ้าไม่สด น้ำจะเป็นสีเหลืองๆซึม
- กรณีเป็นเนื้อวัวแก่จะมีพังผืดมีเส้นใยเต็มไปหมด ไม่ค่อยมีมัน

การเลือกเนื้อวัวมาเป็นส่วนประกอบใน ชาบูน้ำดำ นอกจากการเลือกวัวสดใหม่ แล้ว ลักษณะของ
เนื้อวัวแต่ละส่วนก็จะเหมาะสำหรับนำมาปรุงอาหารแตกต่างกันไป เช่น
- เนื้อวัวส่วนที่ติดกับคอ จะเหมาะสำหรับเมนูประเภท อบและสตูว์
- เนื้อวัวสด ส่วนที่ติดอยู่กับซี่โครง หรือซี่โครง จะเหมาะสำหรับเมนูประเภท ทอด และ ย่าง
- เนื้อสัน เป็นส่วนที่มีมันน้อย การนำไปประกอบอาหารเหมาะสำหรับเมนูประเภททอด ย่าง อบ
และทำสะเต๊ก
- เนื้อวัวที่เป็นส่วนสะโพก เหมาะสำหรับเมนูอาหารประเภทอบ ย่าง ทำเนื้อบด และสเต๊ก
- เนื้อวัว ส่วนที่เป็นพื้นท้อง เหมาะสำหรับนำไปทำสตูว์  น้ำสต๊อก เนื้อเปื่อย เนื้อตุ๋น
-  เนื้อวัวส่วนที่อยู่บริเวณท่อนขา เป็นส่วนที่เนื้อจะเหนียวเ ไม่เหมาะสำหรับเมนูอาหารอื่นนอกจากใช้ทำทำสตูว์  หรือน้ำซุป
- เนื้อวัวส่วนที่สีข้าง เนื้อส่วนนี้จะมีไขมัน แต่เมื่อแล่ไขมันออกบ้างแล้ว เนื้อส่วนที่เหลือจะเหมาะสำหรับเมนูประเภทอบ และทำเนื้อบด

      ·วิธีเลือกซื้อเนื้อไก่

      วิธีการเลือกซื้อเนื้อไก่เพื่อความสดใหม่ ช่วยเสริมรสชาติชาบูน้ำดำทำทานเองที่บ้าน ให้อร่อยถูก
ปาก ถูกใจ สมาชิกในครอบครัว และการเลือกซื้อเนื้อไก่หรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ มาประกอบอาหาร การเลือกที่มีความสะอาดและสดใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะอาหารจะอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เราสามารถนำมาประกอบอาหารและบริโภคได้อย่างปลอดภัย ย่อมเกิดจากการปรุงด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ สำหรับอาหารสดประเภทเนื้อไก่ ที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารประเภทหม้อร้อนอย่างชาบูน้ำดำ จะมีทั้งเนื้อไก่ที่สไลด์สำเร็จรูปไว้แล้ว และเลือกซื้อเนื้อไก่สดมาสไลด์เอง ในส่วนของเนื้อไก่แม้จะหาซื้อได้ง่าย แต่หากไม่รู้วิธีการเลือกที่ถูกต้อง อาจได้เนื้อที่ไม่สดใหม่ นอกจากไม่ช่วยเสริมรสชาติเมนูอาหารแล้ว อาจเป็นปัญหาต่อสุขภาพของเราอีกด้วย การซื้อเนื้อไก่สดควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือได้รับการรับรอง จากกรมปศุสัตว์ ส่วนวิธีเลือกไก่สด ทำได้ ดังนี้

      วิธีเลือกไก่สด ดูจากอายุของไก่

การดูอายุของไก่ กรณีซื้อไก่สดแบบยกตัว พิจารณาจากลักษณะของไก่ เช่น ไก่สดที่เป็นไก่อ่อน ปลายจมูกจะอ่อนนุ่ม หงอนเกลี้ยง กดกระดูกหน้าอกจะงอได้ และมักมีขนอ่อนๆ ด้วย ตีนอ่อนนุ่ม เล็บจะแหลม เดือยสั้น หนังบาง ปากไม่แข็ง ส่วนไก่สาว ลักษณะหงอนจะสั้นแข้งลื่นเป็นมัน เนื้อนุ่ม หากเป็นไก่แก่ สังเกตปลายเล็บมน หนังใต้อุ้งเท้าจะหนาแข็ง เดือยจะยาว

      วิธีเลือกเนื้อไก่ พิจารณาจากความสด

- การซื้อเนื้อไก่แบบยกตัว  ให้พิจารณาจากตาไก่ เพราะไก่สด ตาจะใส
- ลักษณะผิวเต็มไม่เหี่ยวย่น ไม่มีจ้ำเขียวๆ ไม่ซีด
- ส่วนของอกไก่ จะต้องมีลักษณะอ้วนมีเนื้อแน่น
- ส่วนปลายสุดของปีกจะดัดงอได้ง่าย หนังมีสีขาว ไม่มีรอยฉีกขาด
- เนื้อส่วนน่อง ขาควรจะเรียบ มีเกล็ด และเดือยเล็ก
- สีเนื้อสดไม่ซีดหรือมีจ้ำเขียวๆทั่วไป
- การซื้อเนื้อไก่แบบซื้อยกตัว ควรตรวจใต้ปีก ขา ตรงลำคอที่ต่อกับลำตัวต้องไม่มีสีคล้ำ ต้องไม่มีจุดเลือดออกหรือตุ่มหนอง
-  เนื้อไก่ตัว จะต้องไม่มีแผลตามตัว ก้านคอและรอยเชือดยังสดอยู่ ลูกตาไม่ลึกบุ๋ม
- เนื้อไก่สด เมื่อใช้นิ้วแตะต้องไม่เป็นรอยบุ๋มตามแรงกด และควักไส้สะอาดเรียบร้อย
- กรณีซื้อเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็น ให้สังเกตวันที่ผลิตบนบรรจุภัณฑ์ ไม่ควรเกิน 3 วัน นับจากวันที่ผลิตจนถึงวันที่ซื้อ

วิธีเลือกซื้อเนื้อไก่สดให้เหมาะกับเมนูอาหาร

1. เนื้ออกไก่
เนื้อส่วนอกไก่ เป็นส่วนเนื้อขาว ที่เมื่อหั่นมาแล้วจะไม่ติดกระดูก ได้เป็นชิ้นใหญ่เนื้อ
หนา เหมาะสำหรับนำมาสไลด์บาง ๆ เป็นส่วนประกอบในเมนูชาบูน้ำดำ และที่สำคัญเนื้อไก่ส่วนนี้ไขมันต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ จึงทำให้เนื้อไก่ส่วนนี้มีความแห้งหยาบ ทอดหรือต้มไปนาน ๆ จะมีลักษณะแข็ง ส่วนวิธีทำให้เนื้อส่วนนี้นุ่มขึ้น แนะนำให้นำไปหมักทั้งชิ้นทิ้งไว้อย่างต่ำ 30 นาที ปรุงรสแล้วนำไปอบ จะทำให้ได้เนื้อที่ค่อนข้างนุ่มและฉ่ำน้ำ

2.เนื้อสันในไก่
เนื้อไก่สดส่วนที่เป็นเนื้อสันใน คือส่วนที่ติดกับอกไก่ ทำให้มีไขมันต่ำเนื้อจะมีความ
นุ่มมาก และเหมาะมากกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควบคุมระดับไขมันในเลือด และยังเหมาะกับเมนู อาหารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นย่าง ต้ม ตุ๋น อบ ทอด นึ่ง ลักษณะของเนื้อสันในไก่เนื่องจากเป็นส่วนที่ไขมันแทรกน้อย และมีโปรตีนสูง จึงเหมาะกับเมนูที่นำเนื้อไก่ไปนึ่ง ต้ม แล้วฉีกเป็นเส้น หรือย่างทั้งชิ้น

3.เนื้อน่องไก่
เนื้อส่วนน่อง เป็นเนื้อไก่ที่มีลักษณะอวบ และเป็นส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดส่วน
ฃหนึ่ง และเนื้อไก่ส่วนนี้ยังมีความเหนียวเล็กน้อย เหมาะสำหรับนำไปประกอบอาหารประเภท ย่าง ทอด ตุ๋น มีไขมันน้อยกว่าส่วนปีก

4.สะโพกไก่
เนื้อสะโพกไก่ คือเนื้อท่อนบนของขาไก่ มีลักษณะคล้ายอกไก่ แต่มีไขมันแทรก รองลงมาจากปีกไก่ ทำให้เนื้อนุ่มและได้ปริมาณของเนื้อไก่ที่มากขึ้นด้วย เนื้อส่วนนี้นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งแกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ผัดเผ็ด ข้าวมันไก่ มัสมั่นไก่ ต้มยำ ต้มข่าไก่ ไก่ทอด ไก่ย่าง หรือ นำไปตุ๋นยาจีน

5.เนื้อน่องติดสะโพก
เนื้อไก่สดส่วนนี้คือขาไก่ที่มีทั้งน่องและสะโพกในชิ้นเดียวกัน
นั่นเอง ซึ่งในบางครั้งการนำไปประกอบเมนูอาหาร โดยเฉพาะตามร้านอาหารต่าง ๆ บางร้านอาหารก็จะเสิร์ฟเป็นน่องติดสะโพกมาเลย เพราะได้ปริมาณเนื้อที่มากและนุ่ม และได้รสสัมผัสเมนูอาหารนั้น ๆ ได้ดีกว่า และเนื่องจากขาไก่เป็นส่วนที่กล้ามเนื้อแน่น และมีไขมันแทรก ทำให้เนื้อส่วนนี้นุ่ม และได้ปริมาณเนื้อมากจึงเป็นส่วนที่ได้รับความนิยม สามารถนำไปทำเมนูยอดนิยมได้มากมาย

6.เนื้อไก่ที่มาจากส่วนปีก
เนื้อไก่ที่มาจากส่วนปีก มีหลายส่วน ได้แก่ เนื้อส่วนปีกบน  ปีกกลาง และปีกปลาย แต่
ละส่วนก็จะมีลักษณะและเหมาะกับเมนูอาหารต่าง ๆ ดังนี้
- ปีกบน เนื้อไก่ส่วนนี้มีลักษณะคล้ายกับส่วนของน่อง หลายคนเรียกว่าส่วนน่องเล็กนิยมนำมา
ทอดเป็นเมนูทานเล่น หรือเมนูอาหารว่าง อาหารเรียกน้ำย่อย เพราะมีขนาดกะทัดรัดพอดีคำ หยิบทานได้เรื่อย ๆ 
- ปีกกลาง  เป็นส่วนที่มีเนื้อมากรองลงมาจากปีกบน หรือน่องเล็ก ลักษณะของ เนื้อจะ
อยู่รอบ ๆ กระดูกชิ้นเล็กที่เป็นสองซี่ ซึ่งหลายคนมักมีปัญหาไม่สามารถแกะเนื้อที่แทรกอยู่ระหว่างกระดูกทั้งสองได้ เมนูที่ได้รับความนิยมและเหมาะสำหรับเนื้อปีกกลาง ก็คือการนำไปทอดเป็นเมนูทานเล่น 
- ปีกปลาย เนื้อไก่ส่วนนี้เป็นส่วนที่แทบไม่มีเนื้อติดอยู่เลย แต่เนื่องจากเป็นส่วนที่ปริมาณกระดูกมากกว่าส่วนเนื้อ แต่ทำให้เครื่องปรุงที่หมักนั้นเข้าเนื้อมากกว่าทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น และเป็นส่วนที่มีกระดูกอ่อนอยู่บ้าง จึงกลายเป็นส่วนที่นิยม เหมาะกับเมนูที่รสชาติเข้มข้น และเป็นเมนูอาหารทานเล่น เช่น ปีกไก่ทอดเกลือ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้