การรับจ้างผลิต หรือ OEM

บทความ เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับ การรับจ้างผลิต by เพียวฟู้ดส์

การจ้างผลิต


 
          ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง การจะนำผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใด ๆ เข้าสู่ตลาดจำเป็นต้องรวดเร็ว เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ มีคำกล่าวหนึ่งในทางธุรกิจกล่าวไว้ว่า “Amateurs talk strategy. Professionals talk logistics” ซึ่งหมายถึงการเป็นมืออาชีพในทางธุรกิจอย่างแท้จริง ควรมุ่งความสนใจไปที่ระบบการขนส่งหรือระบบการดำเนินงาน ทั้งนี้ขั้นตอนต้นๆ ก่อนถึง Logistic นั้นก็คือขั้นตอนการผลิตส่วนที่เรียกว่าห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) เป็นการเกี่ยวข้องระหว่างบริษัทและคู่ค้าของบริษัทในการผลิตและส่งมอบสินค้า ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนของการได้มาซึ่งสินค้าตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าหรือบริการไปยังลูกค้า ดังนั้น บริษัทผู้ผลิตในประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่มีนวัตกรรมระดับโลก ผู้ผลิตเหล่านั้นไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ออกแบบ วิจัยและทดลอง อีกทั้งต้องนำเสนอกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่  ๆ ออกสู่ตลาด ดังนั้นจึงควรศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์การผลิตของผู้รับจ้างผลิต (OEM) และความคล่องตัวของนวัตกรรมเครือข่าย (การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์) อีกทั้งไม่มีกลยุทธ์ใดที่เหมาะสมกับผู้รับจ้างผลิตทุกราย แต่สามารถเลือกที่จะเป็นผู้ให้บริการรับจ้างผลิตหรืออาจขายผลิตภัณฑ์ในนามแบรนด์ของตนเอง ทั้งสองกลยุทธ์สามารถเสริมสร้างประสิทธิภาพในแง่ของความคล่องตัวของนวัตกรรม อย่างไรก็ตามเมื่อเลือกกลยุทธ์การผลิตแบบ OEM แล้ว ผู้รับจ้างผลิตควรใช้วิธีที่เหมาะสมในการจัดการกระบวนการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของตน ผู้ที่รับจ้างผลิตโดยตรงควรเน้นที่ความยืดหยุ่นในการผลิตและดำเนินกลยุทธ์โมดูลผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของนวัตกรรมเครือข่าย ในขณะที่การรวมข้ามสายงานเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้รับผลิตที่ประสบความสำเร็จด้วยผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตัวเอง และสำหรับผู้รับจ้างผลิตที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง การวางแนวการตลาดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความคล่องตัวของนวัตกรรมเครือข่าย จึงควรมีการศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการและทิศทางการวิจัยในอนาคต และบทความนี้เราจะเน้นถึงส่วนการผลิต ปัจจุบันสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในตลาดจะมี แบรนด์ ต่าง ๆ มากมายระยะเวลาสั้น มีทั้ง แบรนด์ เล็ก ๆ และ แบรนด์ ขนาดใหญ่ที่มีโรงงานผลิตเป็นของตนเอง และไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตนเอง  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน ผู้ประกอบการมักเลือกใช้การจ้างผลิตสินค้าแทนการดำเนินการผลิตสินค้าด้วยตนเองเนื่องจาก ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในการซื้อเครื่องมือ เครื่องจักรในการผลิต รวมถึงการตั้งโรงงาน และสามารถนำเงินทุนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น การตลาดและประชาสัมพันธ์ ตลอดจนลดระยะเวลาในการผลิตและได้รับสินค้ามีคุณภาพ เนื่องจากผู้รับจ้างผลิตมีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้านั้น ๆ อยู่แล้วและมีการผลิตเป็นประจำ และมีความคล่องตัวในการผลิตสินค้า เช่น สามารถเพิ่ม ลด หยุด หรือเปลี่ยนแปลงการผลิตสินค้าได้ตามเงื่อนไขที่ตกลงในสัญญา และสามารถเปลี่ยนกลยุทธ์การขายสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว
           


ความสำคัญของการจ้างผลิต


ก่อนเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีชิ้นส่วนจำนวนไม่มากชิ้นเคลื่อนย้ายได้สะดวก ซึ่งทุกส่วนของผลิตภัณฑ์ผลิตภายในองค์กรเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างนับชิ้นไม่ถ้วนทั้งชิ้นส่วน รถยนต์ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกลหนัก ทีวี โทรศัพท์มือถือ  ทุกอย่างมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันนับร้อยนับพันชิ้น แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ ก็ไม่พยายามที่จะผลิตทุกอย่างเอง มีการใช้บริการบริษัทอื่น (Outsource) ช่วยในการผลิตสำหรับชิ้นส่วนเฉพาะ และในการทำธุรกิจเป็นที่รู้กันดีว่าการที่จะผลิตสินค้าเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่ายหนึ่งชิ้นนั้นจะต้องมีกระบวนการมากมายตั้งแต่การออกแบบสินค้า การผลิต การวางแผนการตลาด ซึ่งในแต่ละกระบวนการต้องอาศัย ทุน ทักษะ ความเชี่ยวชาญ อีกทั้งสินค้าบางอย่างที่วางจำหน่ายในตลาดอาจมาเร็วไปเร็ว จึงมีข้อจำกัดด้านเวลา การได้มาซึ่งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นใช้ต้นทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่จำเป็นจะต้องตั้งโรงงานขึ้นมาเพื่อผลิตสินค้าโดยตรง  ดังนั้นการจ้างผลิตจึงเป็นตัวช่วยให้เจ้าของแบรนด์สินค้านั้น  ๆ สามารถนำทุนและความสามารถที่มีอยู่ ไปใช้ในกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าการตั้งโรงงานผลิต เช่น การทำการวิจัยและพัฒนา (R&D) หรือการออกแบบ (Design) รวมทั้งการดำเนินการด้านการตลาด ดังนั้นการใช้บริการจ้างผลิตจึงถือเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนในส่วนนี้ และช่วยลดความเสี่ยงในการเรื่องขั้นตอนการผลิต เนื่องจากผู้รับจ้างผลิตมีความรู้ ความเชี่ยวชาญการผลิตอยู่แล้ว  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกผู้รับจ้างผลิตให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้นๆ และนั่นเป็นที่มาของโรงงานรับจ้างผลิต (Original Equipment Manufacturer) การอุตสาหกรรมสมัยใหม่ถ้าปราศจาก OEM จะเป็นอย่างไร โรงงาน OEM ให้ประโยชน์มากมายที่เราไม่ควรมองข้าม:

  • ช่วยลดต้นทุนการผลิต      
  • ทำให้การแข่งขันราคาผ่านปริมาณสินค้า
  • มีความเชี่ยวชาญและส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยี
        

ผู้รับจ้างผลิตคือ


     ผู้รับจ้างผลิต หมายถึง บริษัท หรือโรงงานที่รับจ้างผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการของบริษัทหรือผู้ว่าจ้างหรือ แบรนด์ ต่าง  ๆ ทำให้ผู้คนทั่วไปสามารถมีสินค้าเป็นของตนเอง โดยใช้การผลิต การใช้เครื่องจักร การจ้างคนงาน จากทางโรงงาน ซึ่งบริษัทหรือโรงงานรับจ้างผลิตเหล่านี้ส่วนมากจะมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต บางแห่งก็มีความการออกแบบร่วมด้วย ดังนั้นจึงควรทำเข้าใจ ประเภทของผู้รับจ้างผลิต เพื่อที่ผู้จ้างผลิตจะได้ทำความเข้าใจว่าต้องการจ้างผลิตในลักษณะใด
 

 

ประเภทของผู้รับจ้างผลิต

  1.   OEM (Original Equipment Manufacturer)

หมายถึง บริษัท หรือโรงงานที่รับจ้างผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หรือชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์  เน้นการผลิตตามความต้องการของบริษัทหรือผู้ว่าจ้างหรือแบรนด์ต่าง ๆ ตามแบบที่ลูกค้ากำหนด แล้วติดชื่อแบรนด์ หรือ จะไม่ตีตราก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า โดยผู้ว่าจ้างเป็นคนออกแบบผลิตภัณฑ์ ส่วนโรงงานมีหน้าที่ผลิตตามแบบที่ได้รับมา และโรงงานจะดูแลตั้งแต่กระบวนการผลิตครอบคลุมไปถึงเครื่องจักรต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับผลิต ซึ่งทำให้ลูกค้าที่มาจ้างโรงงานผลิตนั้น ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก โดยไม่ต้องถึงขั้นจัดตั้งโรงงานหรือซื้อเครื่องจักรผลิตสินค้าเอง ทำให้ผู้จ้างผลิตมีความเสี่ยงน้อย ใช้เงินทุนในการผลิตไม่มาก ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ถือว่าคุ้มค่า โรงงานประเภทนี้นั้นมักจะเป็นโรงงานเปิดใหม่  ๆ หรือโรงงานที่ไม่เน้นการสร้างแบรนด์ของตนเอง แต่เน้นการผลิตให้กับแบรนด์อื่น ๆ ที่ต้องการผลิตในจำนวนน้อย หรือไม่มีโรงงานเป็นของตนเองนั่นเอง อาจกล่าวได้ว่า OEM มีหน้าที่ผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว ส่วนการออกแบบสินค้า การวิจัยทางการตลาด การตลาด การทดสอบผลิตภัณฑ์เป็นหน้าที่ของลูกค้า

ข้อดีของโรงงาน OEM

  • ช่วยลดต้นทุนการผลิตต่ำ
  •   เจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นจะต้องมีโรงงานเป็นของตัวเอง  
  • ทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนลักษณะหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ  
  •   มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมที่ปรึกษาทางการผลิตคอยดูแล
  • สามารถย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่าได้ตลอด

ข้อเสียของโรงงาน OEM

  • มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าผลิตเอง
  • หากใช้สูตรกลาง หรือสูตรที่โรงงานมี สินค้าและคุณภาพอาจจะไม่แตกต่างจากแบรนด์
     อื่น ๆ มากนัก

    2.  OEM (Original Equipment Manufacturer)

คือ ผู้รับจ้างผลิตหรือโรงงานรับจ้างผลิตจะมีความสามารถทั้งการผลิตและออกแบบสินค้า กล่าวคือ  โรงงานแบบนี้มักจะมีพัฒนาขึ้นมาจากแบบ OEM คือเป็นโรงงานที่มีการทำวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ หากเป็นการผลิตอาหารเสริม หรือเครื่องสำอาง จะมีการคิดค้น ทำวิจัย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีจุดเด่นต่างจากสินค้าที่มีอยู่เดิม การคิดพัฒนานั้นมีการทดลอง ทดสอบประสิทธิภาพ และได้สูตรที่ลงตัวให้มีมาตรฐานของตัวเอง และความพร้อมในการให้บริการครบวงจร อย่างที่โรงงานรับผลิตอาหารเสริมครบวงจรนิยมทำกัน นั่นก็คือนอกจากผลิตแล้ว มีการรับออกแบบทั้งโลโก้ ฉลากสินค้า รวมทั้งจัดหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะและสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงจดทะเบียน อย.กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ครบวงจรเพื่อลูกค้าที่มาใช้บริการผลิตเพื่อสร้างแบรนด์จะได้สะดวก และได้สินค้ารวดเร็ว มีเอกลักษณ์เฉพาะ (Exclusive Design) นั่นเอง หรือ สินค้าที่ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะ (Non exclusive) คือให้สิทธิได้กับหลายรายในราคาค่าออกแบบที่ถูกลงนั่นเอง ดังนั้นการใช้บริการ ODM ต้นทุนค่อนข้างสูงกว่า OEM โดยเฉพาะสินค้าทีมีการผูกขาดแบรนด์

 ข้อดีของโรงงาน ODM

  •   ไม่ต้องออกแบบเอง สามารถขายได้เลย เหมาะกับผู้เริ่มต้นทำแบรนด์
  • การเลือกออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจะได้แบรนด์สินค้าที่ไม่ซ้ำใคร
  • ช่วยลดต้นทุนการผลิตต่ำ สามารถย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่าได้ตลอด
  • เจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องมีโรงงานเป็นของตัวเอง
  • มีผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางการผลิต และการออกแบบคอยดูแลอย่างใกล้ชิด 

ข้อเสียของโรงงาน ODM

  •   มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายการผลิตที่สูงกว่า โรงงานประเภท OEM เพราะมีเรื่องการออกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

    3. OBM (Original Brand Manufacturer)

     คือ โรงงานการผลิตภายใต้รูปแบบและตราสินค้าของตนเอง เหมาะกับแบรนด์ที่มีความมั่นคง และเป็นโรงงานที่พัฒนาได้เต็มที่ เพื่อผลิตสินค้าและจำหน่ายในปริมาณที่มาก โดยมุ่งเน้นผลิตแต่สินค้าที่อยู่ภายใต้แบรนด์ของตัวเองแต่เพียงเท่านั้น ต้นทุนการผลิตสินค้าประเภทนี้อาจไม่เท่ากันในแต่ละล็อต เพราะทางบริษัทสามารถควบคุมราคาทุนของสินค้าได้อย่างอิสระ และสามารถผลิตตามกำลังที่ต้องการในแต่ละล็อตได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ในทุกขั้นตอนการผลิต เพราะสามารถตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้ในทุกขั้นตอนและสินค้าจากโรงงานประเภทนี้ก็ยากต่อการเลียนแบบ เนื่องจากมีเพียงแค่ทางบริษัทเท่านั้นที่รู้ขั้นตอนการผลิตนั่นเอง โรงงานที่มีกำลังผลิตสูงประเภทนี้จะเน้นไปที่การขายในปริมาณมากให้สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับไปขายต่อ แต่ในขณะเดียวกันหากไม่ได้มีความต้องการสินค้าในปริมาณมาก หรือมีความจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานการผลิตก็เสี่ยงต่อการขาดทุนสูงเลยทีเดียว

ข้อดีของโรงงาน OBM

  •  มีโรงงานเป็นของตนเอง สามารถผลิตได้ในจำนวนมากๆ ช่วยลดต้นทุนในการผลิตไปได้มาก
  • สามารถปรับกลยุทธ์ในการผลิต เมื่อไหร่ก็ได้

ข้อเสียของโรงงาน OBM

  • ต้องผลิต ออกแบบ และทำทุกอย่างเอง โดยไม่มีผู้ให้คำปรึกษาในการผลิต
  • ส่วนการย้ายฐานการผลิตยาก
  • ต้องใช้ต้นทุนสูงในการสร้างโรงงาน
  • บริษัทต้องจ้างแรงงานจำนวนมากเพื่อดำเนินการผลิตสินค้า

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของ OEM, OBM และ ODM

    สำหรับผู้บริโภคแล้ว สินค้าที่มาจากโรงงานทั้งแบบ OEM, ODM และ OBM อาจจะมองไม่เห็นความต่างกันมากนัก แต่สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์นั้น การเลือกประเภทโรงงานสำหรับผลิตสินค้ามีความสำคัญค่อนข้างมาก หากเลือกผิดส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจอย่างแน่นอน ดังนั้นการทำความเข้าใจการผลิตในแต่ละแบบให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนจะเลือกใช้บริการจ้างผลิต การทำความเข้าใจ รู้จักความแตกต่างจะช่วยให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเพื่อให้ตรงตามเป้าหมายทางธุรกิจนั้น ๆ เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะใช้บริการจ้างผลิตประเภทไหน สิ่งที่ควรพิจาณาต่อไปคือตัวตนของบริษัทรับจ้างผลิตนั้นๆ
 
    ตัวอย่างสินค้าของ OEM และ ODM เช่น ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ได้แก่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ รถยนต์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ใกล้ตัวเรา เช่น สินค้าแฟชั่น โปรแกรมซอฟต์แวร์ ผลิตภัณฑ์อาหารลดน้ำหนัก เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สำหรับสปา ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงร่างกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และหนังศรีษะ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผลิตภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นต้น ส่วนตัวอย่างสินค้าประเภท OBเช่น เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อ Z มีโรงงานผลิตเอง มีการซื้อเครื่องจักร จ้างคนงาน พนักงาน ทั้งหมด โดยออกค่าใช้จ่ายเอง และทั้งหมด ก็ทำตลาดภายใต้แบรนด์ Z เป็นต้น
 
บทความนี้จะใช้คำว่า OEM หมายรวมถึงการจ้างผลิตทั้งที่รับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียว และที่มีการออกแบบร่วมด้วย

คุณสมบัติโดยทั่วไปของโรงงาน OEM ที่ลูกค้ามองหาเป็นอันดับต้น  ๆ ได้แก่

  1. มีฐานะทางการเงินที่ดี เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการว่าจะไม่มีปัญหาระหว่างดำเนินการผลิต เช่นเมื่อมีปัญหากับอุปกรณ์หรืออะไหล่ชำรุดอาจจะต้องมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ถ้าโรงงานที่ฐานะทางการเงินไม่ดี อาจจะมีผลทำให้การผลิตสินค้าจะต้องเลื่อนเวลาออกไปเกินเวลาจำเป็น
  2. สามารถผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของลูกค้า
  3. มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในตลาดสินค้านั้น  ๆ โรงงานรับจ้างผลิตที่มีชื่อเสียงในตลาดสินค้านั้น ๆ เป็นการรับรองถึงคุณภาพของสินค้าที่ผลิตออกมา
  4. มีความสามารถในการผลิตสินค้าตามความต้องการได้อย่างไม่จำกัด บางครั้ง บางโอกาสเราอาจจะต้องการสินค้าปริมาณมาก ดังนั้นโรงงานรับจ้างผลิตควรสามารถรับรองปริมาณที่เราต้องการได้
  5. มีความยืดหยุ่นและสามารถตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดได้ดี
  6. สามารถขนส่งสินค้าได้โดยตรง
  7. มีสิ่งอำนวยความสะดวกและการจัดการที่ดี
  8. มาตรฐานคุณภาพการผลิตสอดคล้องกับ ISO-certified


ข้อดีของการใช้บริการจ้างผลิต

  •  ประหยัดเวลา การใช้บริการจ้างผลิต ทำให้มีเวลาเหลือจากส่วนที่ต้องผลิตสินค้าเองเหลือ สามารถที่จะนำไปใช้ในการทำการตลาด หรืออื่น ๆได้
  • ลดต้นทุน งบไม่บานปลาย เพราะ OEM มีพร้อมในเรื่องของการผลิตสินค้า ทำให้คนที่ริเริ่มอยากมีแบรนด์เป็นของตนเองไม่จำเป็นต้องลงทุนสำหรับเครื่องจักรและแรงงาน ทั้งยังไม่ต้องกังวลการสูญเสียในการผลิตสินค้าเนื่องจากการริเริ่มผลิตครั้งแรก นอกจากนี้ ทำให้เราสามารถคำนวณต้นทุนสินค้าต่อชิ้นต่อล็อตได้ทันที
  • ช่วยพัฒนาสูตรสำหรับสินค้า ในกรณีที่เราใช้บริการ ODM บริษัทมีสูตรการผลิตสินค้าที่หลากหลาย หรือสามารถร่วมกับบริษัทในการพัฒนาสินค้านั้น ๆ
  •   การบรรจุภัณฑ์ จากคำกล่าวที่ว่า Packaging เป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าทำนองเดียวกัน รูปแบบบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ซึ่งนั่นเป็นหนทางแรกของการ “ตัดสินใจซื้อ” ดังนั้นการใช้บริษัท OEM ก็สามารถให้ทีมงานออกแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมโลโก้สินค้าให้กับผู้ประกอบการได้ เพียงแค่แจ้งความต้องการให้ทราบเท่านั้น   
  • ช่วยให้มีสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วและปริมาณมากพอ
  • ช่วยเรื่องขอใบอนุญาต บริษัท OEM สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องใบอนุญาตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อย. หรือ มอก. เพราะเป็นสิ่งที่บริษัท OEM จะต้องยื่นเรื่องก่อนเริ่มทำการผลิต 
  • สามารถช่วยเหลือเรื่องการตลาด โดยบริษัท OEM สามารถช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการตลาดได้ เพราะหากสินค้าของผู้ประกอบการขายดี ก็มีการผลิตเพิ่ม ทำให้ยอดผลิตของบริษัท OEM ก็จะดีขึ้นไป

ข้อเสียของการจ้างผลิต

     คือมีการลอกเลียนแบบสินค้าได้ง่าย ทำให้สินค้าไม่ต่างจากสินค้าอื่นๆ ในท้องตลาดเนื่องจากผลิตจากต้นแบบเดียวกัน (กรณีที่ไม่ใช้การออกแบบเฉพาะ) และไม่สามารถติดตามควบคุมทุกขั้นตอนของการผลิตด้วยตัวเอง
 

บริการจ้างผลิตเหมาะสมเมื่อไร

  1. เหมาะสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น และมีเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอที่จะสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง
  2. เมื่อไม่ต้องลงต้นทุนสร้างโรงงานเพื่อการผลิต สามารถช่วยคุณประหยัดเวลาและเงินส่วนนั้นได้
  3. หากสนใจที่จะปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สามารถจ้างบริษัทภายนอกผ่านบริษัทรับจ้างผลิตที่มีชื่อเสียงและมีการรับประกันการผลิตที่มีคุณภาพ
  4. เมื่อต้องการความสม่ำเสมอของสินค้า เช่น ความสม่ำเสมอของปริมาณ ความสม่ำเสมอของคุณภาพในแต่ล๊อตการผลิต

เทคนิคการเลือกโรงงานสำหรับการจ้างผลิตสินค้า

ในการจ้างผลิตสินค้า โรงงานรับจ้างผลิตหรือ OEM เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ควรจะต้องคำนึงถึงอย่างมาก การเลือกโรงงาน OEM จึงควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน อย่างแรกมีที่อยู่ชัดเจน มีรีวิวเยี่ยม ได้รับการรับรองอย่างมีมาตรฐาน การให้บริการดีเยี่ยม สะดวกคล่องตัว ซึ่งมีหลาย ๆ บทความที่ได้เสนอแนะเทคนิคการเลือกโรงงาน OEM ไว้ดังนี้

จากบทความการเลือกลักษณะโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีคุณภาพ ได้เสนอแนะให้พิจารณาการเลือกโรงงาน OEM ไว้ดังนี้

  1. โรงงานรับผลิตสบู่จะต้องมีที่อยู่ชัดเจน การตั้งโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีที่อยู่ชัดเจน ติดต่อได้ทั้งทางโทรศัพท์ มีแหล่งที่ตั้งเรียบร้อย ก็เป็นที่ยืนยันอีกส่วนหนึ่งว่าจะเป็นโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีมาตรฐาน สามารถให้บริการหลังการขายได้ เพราะบางครั้งเมื่อมีปัญหา หรือต้องการผลิตแบบเดิมเพิ่มจะได้ติดต่อได้สะดวก
  2. โรงงานรับผลิตสบู่ที่ได้รับการบอกต่อ หากจะเลือกโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีคุณภาพ ลองดูรีวิวการใช้บริการจากเจ้าอื่น ก็จะทำให้เห็นมุมมองที่แท้จริงก่อนเลือกใช้บริการ ลองสังเกตการรีวิว อาจจะมีอยู่ในเว็บไซต์หรือหากมีเพื่อนพ้องในวงการก็ลองถามดูว่าโรงงานเจ้านี้เป็นอย่างไรบ้าง บริการดีหรือเปล่า มีมาตรฐานอย่างที่กล่าวโฆษณาไว้หรือเปล่า
  3. โรงงานรับผลิตสบู่ที่ได้รับการรับรอง การรับรองมาตรฐานจะเป็นเครื่องการันตีส่วนหนึ่งถึงความมีคุณภาพของโรงงาน แม่ค้าสามารถนำเครื่องหมายที่โรงงานรับผลิตสบู่ได้รับ ไปกล่าวถึงในการประชาสัมพันธ์สบู่ให้เป็นที่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นเรื่องจริงที่ทางแม่ค้าเองก็มั่นใจในคุณภาพ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและส่งผลถึงยอดการสั่งซื้ออีกด้วย
  4. โรงงานรับผลิตสบู่ที่ให้บริการคล่องแคล่ว นั่นคือการให้บริการของโรงงานที่มีความมาตรฐานทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการ การติดต่อประสานงาน ลองนึกภาพว่าหากแบรนด์สบู่ของแม่ค้าปังมากในระยะเวลาเดือนแรก ต้องมีการเพิ่มการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง การให้บริการที่รวดเร็วและชัดเจนจะทำให้แม่ค้าสะดวกสบายขนาดไหน เรียกว่ารับคำสั่งซื้อจากลูกค้ามา ส่งต่อก็ได้รับการบริการกลับมาเลย
          โดยสรุปบทความนี้เลือกโรงงานที่มีคุณภาพโดยดูจากอย่างแรกเลยมีที่อยู่ชัดเจน มีรีวิวเยี่ยม ได้รับการรับรองอย่างมีมาตรฐาน การให้บริการดีเยี่ยม สะดวกคล่องตัวให้กับผู้รับบริการ

บทความจากโรงงานผลิตชา OEM Bluemochtea ได้แนะนำเทคนิคเลือกโรงงานผลิตชา OEM ด้วย 5 ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงซึ่งได้แก่

  1. มีชนิดใบชาให้เลือกที่หลากหลาย โรงงาน OEM ที่ดี ควรมีชนิดใบชาให้เลือกที่หลากหลาย และมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เนื่องจากผู้บริโภคแต่ละคนมีรสนิยมการดื่มชาที่แตกต่างกันออกไป และ OEM ควรมีบริการส่งตัวอย่างใบชา เพื่อให้เจ้าของแบรนด์สามารถตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  2. ให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างแบรนด์ควรเลือกOEMที่มีบริการให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์เพื่อเอื้อเฟื้อต่อการทำธุรกิจและเพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความมั่นใจว่าสินค้าของตนเองจะสามารถเจาะกลุ่มตลาดได้อย่างทั่วถึงทั้งการช่วยออกแบบโลโก้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ช่วยคิดค้นสูตรชาที่มีความน่าสนใจแนะนำใบชาที่มีคุณภาพตลอดจนช่วยคิดกลยุทธ์ในการวางแผนด้านการตลาดเพื่อให้สามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง และให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืน
  3. เลือกโรงงาน OEM ที่มีมาตรฐานและประสบการณ์ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือเรื่องของประสบการณ์ ควรเลือกโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตชา มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน ที่สำคัญ ต้องเป็นโรงงานที่มีการรับรองมาตรฐาน อย. และ GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการผลิตผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการควบคุมการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรงงานที่ดี มีคุณภาพ จะช่วยคัดสรรใบชาที่มีคุณภาพส่งตรงถึงมือผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้อย่างมั่นใจ
  4. กำหนดต้นทุนได้เอง เลือก OEM ที่ให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดต้นทุนได้เองตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ ซึ่งจะเหมาะเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์ หรือร้านค้ามือใหม่ ที่ยังขาดความชำนาญและประสบการณ์ โดย OEM ที่ดีควรเปิดโอกาสให้ลูกค้า สามารถกำหนดต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการทำแบรนด์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้อยู่ในวงเงินที่ตนเองมีอยู่ และไม่ให้งบบานปลาย
  5. รับขึ้น อย. ครบและจบในที่เดียว เมื่อมีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องทำคือ การขึ้น อย. กับองค์การอาหารและยา เพื่อให้สินค้าได้รับการตรวจสอบว่าปลอดภัยสามารถรับประทานได้จริง และให้ผู้บริโภคเกิดความไว้วางใจในตัวผลิตภัณฑ์ โดยโรงงานผลิตชา OEM จะต้องมีบริการด้านนี้ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกเป็นการลดขั้นตอนและความซับซ้อนที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ที่ผู้ว่าจ้างต้องระวัง

  1. สัญญาจ้างงาน จะต้องเช็คให้มั่นใจว่าเรามีการทำสัญญาจ้างผลิตอย่างชัดเจน เพราะเคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นลักษณะที่โรงงาน OEM นำผลิตภัณฑ์ที่โรงงานเสนอขายลูกค้าแล้วไปผลิตซ้ำและจำหน่ายให้แบรนด์ของตัวเองทำให้เกิดความเสียหายได้  
  2. การโดนลอกเลียนแบบสูตร บางครั้งสูตรที่ทางเราคิดค้นขึ้นมาจะต้องมีการจดลิขสิทธิ์เป็นความลับห้ามเผยแพร่เด็ดขาด เพราะบางครั้งบริษัทเมื่อเห็นผลิตภัณฑ์ของเราขายดี ก็อาจจะนำไปลอกสูตรและขายให้กับคู่แข่งก็เป็นได้   
  3. การใช้ส่วนผสมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน บางครั้งผู้ผลิตอาจจะเห็นว่ามีความคล้ายกัน จึงนำมาใช้เป็นส่วนผสมแทนจากที่เรากำหนดไว้ ดังนั้นอาจจะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบหรือสุ่มเช็คกับโรงงาน OEM เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการลดต้นทุนการผลิตเพื่อหวังเอากำไร
  4. ระวังการใช้ อย.ไม่ตรงตามที่ร้องขอ การขอใบอย.นั้นจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณนึง เนื่องจากในแต่ละวันก็จะมีคนขอใบรับรองดังกล่าวจำนวนมาก แต่ก็มีบางโรงงานที่ลักไก่นำใบ อย. ที่ออกให้โรงงานไปใส่ในผลิตภัณฑ์ ดังนั้นหากโดนตรวจสอบก็จะเกิดปัญหาภายหลังได้ ดังนั้นควรจะขอ อย.ให้ถูกต้อง 
  5. ต้องทราบทุกกระบวนการผลิต ผู้ว่าจ้างควรจะเข้าไปตรวจสอบโรงงานเองว่าที่เราจ้างผลิตไปนั้น ผลิตได้มาตรฐานตามที่สัญญากันไว้หรือไม่ เพราะหากไม่ได้มาตรฐานการผลิตผลิตภัณฑ์อันนั้นก็อาจจะมีปัญหาได้
     


Powered by MakeWebEasy.com